สวัสดีครับเพื่อนๆ
ในการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จนั้น ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น keyword นั่นแหละครับ แต่การที่จะเลือก keyword ซักตัวขึ้นมาทำเว็บให้ติดอันดับดีๆได้นั้น เราจะต้องอาศัยระยะเวลาในการค้นหา แล้วนำ keyword ที่ได้มาคัดกรอง กรอง กรอง และกรองจนกว่าจะได้ niche keyword เจ๋งๆซักตัว…
โชคยังดีที่ในปัจจุบันมีบริการที่ให้ข้อมูล keyword แบบชาญฉลาดอย่าง Wordtracker
Wordtracker คือผู้ให้บริการติดตามความเคลื่อนไหวของ keyword ใหม่ๆ ที่จะช่วยให้เราทราบ keyword เกิดใหม่ที่ยังมีคู่แข่งน้อย แต่มีคนค้นหามาก เพื่อนำมาทำเว็บให้ติดอันดับดีๆนั่นเอง
อ้อ แล้ว Wordtracker ยังได้รับการกล่าวขานกว่าเป็น Keyword Research Tool ที่ดีที่สุดอีกด้วยครับ (ได้อันดับ 1 เท่ากับ KeywordDiscovery อ้างอิงจากผลสำรวจของเว็บ TopRankBlog.com)
บริการของ Wordtracker มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน ซึ่งในวันนี้ผมจะมาพูดถึงทั้งสองแบบ โดยจะเน้นไปที่แบบฟรีก่อน (ใช้ได้ 7 วัน) ถ้าเพื่อนๆใช้แล้วถูกใจ ก็อาจจะเปลี่ยนไปใช้แบบเสียเงินเพื่อเอาบริการที่ดีกว่าก็ได้ แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่าค่ารายเดือนแพงสุดๆ ($59/เดือน) งานนี้ผู้ที่มีทุนน้อยก็อดไปก่อนละกัน…
สิ่งที่เพื่อนๆจะต้องเตรียมเพื่อสมัคร WordTracker
- บัตรเครดิต หรือ บัตร Be-1st สำหรับใช้สมัคร (ถ้าใช้ตัวฟรีจะไม่โดนหักตังนะครับ ไม่ต้องกังวล)
- keyword ที่เกี่ยวกับเว็บที่คิดจะทำ เลือกเอาคำกว้างๆไว้ เช่น cat, dog, car เป็นต้น
วิธีสมัคร Wordtacker
1. เข้าไปที่เว็บหลักของ Wordtracker และคลิก Take the Free Trial
2. เมื่อคลิกปุ่ม Take the Free Trial แล้ว Wordtracker จะให้เรากรอกข้อมูลผู้สมัคร ให้เพื่อนๆกรอกให้ครบทุกช่องโดยจะมั่วตรง First name กับ Last name ก็ได้นะครับ
3. กรอกข้อมูลบัตรเครดิตและที่อยู่ของเราให้ถูกต้องก็เป็นอันเสร็จการลงทะเบียนครับ
เท่านี้เราก็จะได้บัญชี wordtracker มาใช้ฟรีๆ 7 วันแล้วล่ะครับ
วิธีใช้งาน Wordtracker
1. login เข้าสู่ระบบสมาชิกของ Wordtracker จากหน้าหลักของเว็บ (ตรง member login)
2. คลิกที่ Keyword Universe
3. พิมพ์ keyword ที่เกี่ยวกับตลาดที่เราเลือกลงในช่อง และคลิก Proceed
4. รอซักพัก ระบบก็จะทำการแสดง keyword ที่เกี่ยวข้องกับ keyword ที่เราค้นหา เช่น ผมค้นหาคำว่า video ระบบก็ทำการเรียง keyword ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคำว่า video ขึ้นมาดังรูปด้านล่าง
![]()
5. ให้เราคลิกที่ keyword คำใดก็ได้ ระบบก็จะทำการเรียง niche keyword ที่เกี่ยวข้องกับ keyword ที่เราคลิกขึ้นมาในตารางด้านขวา
เพื่อนๆจะเห็นว่า niche keyword ที่ปรากฎขึ้นมานั้น ยังคงเป็นคำที่กว้างๆอยู่ เช่น คำว่า “funny video” หรือ วีดีโอตลก เนี่ย ถ้าเราลองเอาไปค้นหาใน google ก็จะพบว่ามีผลลัพธ์มากถึง 43,000,000 เพจเลยทีเดียว
![]()
แต่ถ้าเราไปมองหาคำที่เฉพาะเจาะจงลงไปอีก เช่น “funny dog video” เราก็จะสามารถเจาะจงกลุ่มผู้ค้นหาได้มากขึ้น และยังลดจำนวนคู่แข่งได้อีกด้วย
![]()
สำหรับการเจาะลึกลงไปใน niche keyword แต่ละคำเพื่อหาคำที่มีคู่แข่งน้อยนั้น เพื่อนๆก็เพียงแค่คลิกปุ่ม Dig ข้างๆ niche keyword คำที่ต้องการจะเจาะจง ระบบก็จะทำการแสดง niche keyword กลุ่มใหม่ที่เกี่ยวกับคำที่เราคลิกขึ้นมาในตารางเดิมครับ
ระหว่างที่เราทำการ Dig เพื่อหา niche keyword กลุ่มใหม่ ให้เราคอยสังเกตช่อง Count ด้วยครับ เจ้า Count นี่คือจำนวนการค้นหา keyword นั้นต่อวันใน search engine ซึ่งความแม่นยำอยู่ที่ 77% (เนื่องจากฐานข้อมูลของ Wordtracker ใหญ่ไม่เท่าอัตราการค้นหาต่อวันใน Google) ถ้าค่าในช่อง Count เริ่มต่ำกว่า 200 ก็ไม่ควรจะ Dig ต่อแล้วครับ
6. เมื่อ Dig จนได้ชุด niche keyword ที่เราพอใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปเราก็จะนำชุด keyword ดังกล่าวไปตรวจหาจำนวนคู่แข่งกันต่อ
ให้เราคลิกที่ช่อง Click here to add all keywords to your basket ด้านบนตาราง keyword เพื่อเลือก keyword ทั้งหมด และคลิก Click here for Step 3 เพื่อนำ keyword ทั้งหมดไปตรวจสอบคู่แข่ง
7. หน้าต่อมา ให้เราเลื่อนหน้าต่างลงมาคลิกปุ่ม Competition Search ครับ
8. เมื่อมาถึงขั้นตอนที่ 4 Wordtracker จะให้เราเลือกดูคู่แข่งใน search engine ที่ต้องการ (เลือกได้แค่ครั้งละไม่เกิน 2 SE) ให้เพื่อนๆเลือก Google กับ search engine อื่นๆที่ต้องการดู หรือจะดูแค่ Google อย่างเดียวก็ได้ เสร็จแล้วก็คลิก Proceed ครับ
9. หลังจากคลิก Proceed แล้ว Wordtracker จะใช้เวลาประมาณ 60 วินาทีในการประมวลผล และจะแสดงผลลัพธ์ขึ้นมาในตารางด้านล่าง ของหน้าที่ให้เราเลือก search engine นั่นแหละครับ
ค่าต่างๆในตาราง มีความหมายดังนี้
Count คือจำนวนการค้นหา keyword นั้นๆในหนึ่งวัน โดยเทียบจากฐานข้อมูลของ Wordtracker ซึ่งมีความแม่นยำ 77% เนื่องจาก Wordtracker เก็บข้อมูลการค้นหาต่อวันเพียง 300 ล้านคำ แต่การค้นหาใน Google มีมากถึง 400 ล้านคำต่อวัน
Competing คือจำนวนผลการค้นหาของ search engine ด้วย keyword ในช่องนั้น
KEI (Keyword Effective Index) คืออัตราการค้นหา keyword ในช่องนั้น ต่อจำนวนหน้าเว็บในผลการค้นหา (Competing/Count) โดย Wordtracker ได้แนะนำค่า KEI ที่ควรเลือกไว้ 4 ระดับ ดังนี้
- [ต่ำกว่า 10] : ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง
- [10 - 100] : ดี แต่ยังมีคู่แข่งเยอะอยู่
- [มากกว่า 100] : ควรเลือกใช้
- [เกิน 400] : ไม่ใช้ก็บ้าแล้ว!
24Hrs คือค่าประมาณการค้นหา keyword ในช่อง ในวันนี้ จาก search engine ที่เราระบุ แต่ค่าดังกล่าวเป็นเพียงค่าประมาณ และไม่ใช่จำนวน traffic ทั้งหมดที่จะเข้าเว็บเรา (เนื่องจากเวลาคน search อะไรมา เขาอาจจะไม่ได้คลิกเว็บเราเสมอไป)
สรุป: การหา niche keyword แบบเทพๆนั้น ให้เราดูค่า KEI เป็นหลักก่อน แล้วจึงมาดูจำนวนคู่แข่ง (Competing) ซึ่งถ้าค่า KEI มีมากกว่า 100 และ ค่า competing มีไม่เยอะกว่า 10,000 ก็ให้เลือกไปใช้ได้เลยครับ
วิธียกเลิก Free Trial 7 วันของ Wordtracker
หลังจากที่เพื่อนๆใช้งาน Wordtracker จนเกือบครบ 7 วันแล้ว ถ้าเพื่อนๆไม่ต้องการเสียเงินเพื่อต่ออายุใช้งาน ก็ให้จัดการ login เข้าสู่ระบบสมาชิกของ Wordtracker แล้วในหน้าต่างแรกจะมีคำสั่ง Cancle your Trial อยู่ในนั้น ให้เพื่อนๆคลิกเพื่อจัดการยกเลิกการใช้งาน Free Trial เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จครับ
จบแล้วครับสำหรับการเลือก niche keyword แบบเทพๆสำหรับนำมาทำเว็บแบบ SEO แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไปครับ
แท็ก: Keyword, niche keyword, seo, wordtracker












จะรีบนำไปใช้ ได้ความรู้เพิ่มอีกเยอะ ขอสมัครเป็นขาประจำอีกคนครับ
ขอบคุณครับที่ให้ข้อมูลดีๆ ขอให้รวย
ยอดเยี่ยมมากครับ กำลังอยากได้พอดี (หาสินค้าที่คิดว่าเป็น star ได้พอดี)
keywordคือคำที่เราต้องให้ปรากฏในเนื้อหาแต่ละเรื่องในเว็บเราใช่ไหมครับ
เพียงแค่ปรากฏบนหัวข้อเรื่องหรือแค่กรอกในช่องkeywordตอนsubmite site กับweb directory ไม่เพียงพอใช่ไหมครับ ?
บทความเรื่องนี้ยอดเลยครับ ต้องเอาไปใช้ เพราะคนเข้าไม่มากเลยได้คลิกน้อยมากๆ
ขอบคุณครับ
ใช่แล้วครับ
keyword สำคัญกับการทำ SEO นั่นก็คือ ถ้าเราสามารถหา keyword ที่มีคู่แข่งน้อย (มีจำนวนเว็บในผลการค้นหาด้วย keyword ดังกล่าวน้อย) แต่มีคนค้นหามาก มาใช้ในการเขียนบทความ โดยใส่ keyword ดังกล่าวทั้งในหัวข้อ เนื้อหา และใน URL เท่านี้ก็จะทำให้เว็บติดอันดับดีขึ้น มีคนเข้าเว็บมากขึ้น และมีรายได้เพิ่มครับ
ถ้าเรา cancel แล้ว จะสมัครใหม่ free trial ใหม่ได้มั้ยครับ
ถ้าไม่ได้ แล้วถ้าเราจะใช้เครื่องใหม่ หรือ ip ใหม่ ในการสมัคร free trial ใหม่ ได้มั้ยครับ
wordtracker ยังมีข้อมูลบัตรเครดิตของเราอยู่ครับ ถ้าจะ cancel แล้วสมัครใหม่ เราก็ต้องเปลี่ยนบัตรด้วยครับ
สุดยอดจริง ๆ เลยครับ
แต่ว่าไม่ตัดเงินจากบัตรเครดิตแน่นะครับ!!!!~